สวัสดี คุณเป็นใครกันน่ะ
ผมสีเหลืองอ่อนจนเกือบขาว รอยปานตรงหางตาออกสีน้ำตาลอมแดง คิ้วหนา รูปร่างสันทัด เสื้อผ้าลำลองสีตุ่น ความรู้สึกว่าคุณพยายามไม่เป็นทางการเกินไป แต่คุณก็ยังเกร็งและระแวงว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร ข้อมือคุณผอม ฝ่ามือคุณดูยาวเมื่อเทียบกับนิ้ว แต่ที่จริงคงไม่ได้ผิดสัดส่วนเท่าไรถ้ามองมุมอื่นดี ๆ
“ได้ยินว่าในประเทศของคุณจะเรียกนักเขียนว่า ‘อาจารย์’ แบบคนญี่ปุ่นเรียก ‘เซนเซย์’ แบบนั้นจะชินกว่าหรือเปล่าครับ” คุณถามอย่างลังเล ค้นคว้ามาระดับหนึ่งเตรียมไว้แล้ว หากอีกใจก็ต้องใช้ความกล้าพูดออกมา ผมเป็นแขกบนแผ่นดินและเมืองที่ไม่คุ้นเคยนี้ ที่นี่ต้องกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของผมก็จริง แต่ผมยังคงเป็นอาคันตุกะที่ต้องขอความเมตตาและการคุ้มครองจากพวกคุณ นี่คือมารยาทดีที่เอาไว้สร้างความประทับใจ รึคุณเห็นผมเปราะบางจนต้องเกรงใจกันเล่า
“เรียกตามนั้นก็ได้ หน้ากับชื่อของผมมักทำให้คนเข้าใจผิดบ่อย ๆ เวลาคุยงานกับตัวแทนจากทางญี่ปุ่นรึไต้หวันก็ชินแล้ว แต่ที่จริงคนเรียกผมว่าอาจารย์ เพราะผมเป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยด้วย”
“ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ”
“เอ๋”
“มีอะไรหรือครับ”
“ก็คิดว่าคุณเป็นคนจากทางสำนักพิมพ์หรอก แต่ผมไม่มั่นใจว่าเขาส่งมาให้คุณช่วยผมเรื่องอะไร”
“ซื้อของไงครับ” คุณรีบพูด ขยับตัวค่อนข้างแรงจนแว่นเลื่อนลง แว่นของพวกเราเป็นทรงออกกลมคล้ายกันเลย แต่เลนส์ของผมเล็ก เป็นทรงกลมดิก ส่วนของคุณทรงลายรอบตานกฮูก บานออกด้านข้างเล็กน้อย ทั้งยังใช้กรอบพลาสติกเส้นหนากว่า “อาจารย์ไม่ได้เอาของติดตัวมาเท่าไรใช่ไหม ทางสำนักพิมพ์ยินดีออกค่าคอมพิวเตอร์ให้ครับ แล้วหัวหน้าบอกให้ผมมาช่วยนำทางคุณด้วย สำหรับเอาไว้เดินเลือกซื้อของใช้จำเป็นต่าง ๆ ที่อยากซื้อเพิ่มทีหลัง”
“ผมคิดว่าต้องไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้าที่เห็นตอนนั่งรถมาเสียอีก”
“ในห้างแพงตายโหงเลยครับ!” คุณรีบปัดมือปฏิเสธความคิดของผม “ในละแวกนี้ไม่ไกลก็เป็นย่านการค้าแล้วครับ อาจารย์ มีร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านขายของสด ร้านขายของชำดี ๆ แล้วก็พวกร้านอาหารร้านกาแฟบรรยากาศไม่เลวเต็มไปหมดเลย รีบไปกันเถอะครับ ก่อนจะมืดเสียก่อน”
คุณนำทางผมไปยังย่านการค้าที่ว่า มองแวบแรกผมนึกถึงภาพย่านการค้าที่มักเห็นในภาพโฆษณาเมืองอันคึกคักมีชีวิตชีวาของญี่ปุ่นกับไต้หวันเหลือเกิน โดยเฉพาะตรงถนนกว้างซึ่งกั้นเลนให้รถใหญ่ไว้เลนเดียว ทางเดินกว้างสองทางสำหรับรถเก็บขยะและมีลู่จักรยาน ระหว่างตึกสองฝั่งที่หันหน้าเข้าหากันก็เชื่อมด้วยหลังคา มุมของสิ่งก่อสร้างที่วางตัวเรียงกันในช่วงตึกเดียวกันดูจงใจเพื่อช่วยบังลมวันฝนตกหนัก แบบนี้วันพยากรณ์อากาศสีเทา ผู้คนก็ยังพอเดินได้สะดวกอย่างน้อยช่วงแถวยาวหนึ่ง ยกเว้นว่าจะยอมเปียกฝนสักหน่อยเพื่อเดินข้ามหรือเลี้ยวตรงสี่แยกไร้หลังคาจุดต่าง ๆ
ตอนแรกผมคิดจะเลือกคอมพิวเตอร์พกพา ทว่าคุณยืนกรานว่าทางสำนักพิมพ์ยินดีออกค่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะให้ ทั้งยังพาผมไปร้านเครื่องเขียนเพื่อซื้อแผ่นเหล็กดันหนังสือบนโต๊ะ เตรียมข้อมูลกันมาดีเสียจริง บรรณาธิการเก่าของผมคงบอกพวกเขาทุกอย่าง สมเป็นคนที่เคยขายข้อมูลของผมให้ผู้สนับสนุนรัฐบาลเสียละเอียดยิบ พวกนั้นถึงรู้กระทั่งโรงแรมที่ผมชอบไปเปิดห้องนอนช่วงต้องใกล้ส่งต้นฉบับ
“อาจารย์ครับ จะว่าอะไรไหมครับ”
“ครับ” ผมลงเสียงในภาษาแปลกลิ้นให้คุณเข้าใจว่าผมถามกลับ ไม่ใช่ให้คำตอบ
คุณอ้ำอึ้ง แล้วยื่นห่อกระดาษลายเดียวกับห่อในอ้อมแขนผมมาให้ “ถือเป็นของรับขวัญจากผมแล้วกันครับ นับจากนี้ เราต้องเป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้วทั้งที”
ผมแกะออกดู คุณซื้อปึกโพสต์-อิทกับแม่เหล็กติดตู้เย็นให้ผม ใจหนึ่งไม่อยากคิดหรอกว่าบทสนทนาพรรค์ไหนทำให้บรรณาธิการเก่าของผมเล่ากระทั่งเรื่องนี้ให้คุณฟัง แต่ถ้ามองในแง่การเอาใจใส่ ถือว่าผิดคาดและน่าขอบคุณ ผมขอตัวกลับเข้าไปซื้อปากกาหมึกซึมแพงที่สุดในร้านมาให้คุณ
คุณโค้งศีรษะปลก ๆ ขอบคุณ
ผมย้ำไปหลายครั้งแล้วว่าผมไม่ใช่คนญี่ปุ่น

Comments (2)
See all