Please note that Tapas no longer supports Internet Explorer.
We recommend upgrading to the latest Microsoft Edge, Google Chrome, or Firefox.
Home
Comics
Novels
Community
Mature
More
Help Discord Forums Newsfeed Contact Merch Shop
Publish
Home
Comics
Novels
Community
Mature
More
Help Discord Forums Newsfeed Contact Merch Shop
__anonymous__
__anonymous__
0
  • Publish
  • Ink shop
  • Redeem code
  • Settings
  • Log out

The Writer Eventually Writes (คุณคือผู้รู้จักผม)

งานก่อนนี้

งานก่อนนี้

Feb 14, 2022


คืนหนึ่งผมโทรศัพท์ไปหาแม่ แล้วก็ร้องไห้ แม่ก็ร้องด้วยความคิดถึง แม่ส่งโทรศัพท์ให้พ่อคุยโดยยังมีเสียงคอยแย่งถามสารทุกข์สุกดิบไม่ขาดผ่านเสียงสูดจมูก พ่อก็ร้องไห้เหมือนกัน สิ่งเดียวที่หยุดน้ำตาพวกเราได้คือเสียงของป้า บอกให้ผมช่วยกล่อมให้แม่อย่าเพิ่งไปฉีดวัคซีนของรัฐบาล “หนูได้ฉีดแล้วใช่ไหม” แม่ถาม

“ฉีดแล้ว ตั้งแต่ออกจากสนามบินเลย”

“หลานมันฉีดกันโรคย่ะ แต่ของรัฐบาลเราเนี่ย ฉีดกันแสงน่ะสิ!” ป้าแหวทะลวงมาถึงโสตผมอย่างง่ายดาย ทั้งที่ป้าน่าจะยืนห่างไปพอสมควร ผมเห็นภาพพ่อยกมือหนึ่งปิดหู

ผมลังเลตอนตอบตกลงข้อเสนอเจ้าของสำนักพิมพ์แล้วได้เงินมาใช้หนี้ พอหมดหนี้ ความกังวลผมก็เปลี่ยนมาเป็นเรื่องต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศอย่างน้อยหลายปี ผมลังเลจนลองพูดเรื่องนี้กับทุกคนในบ้าน วันที่เรามากินเลี้ยงกัน ฉลองงานใหม่ของผม เสียงจำนวนเกือบโหลตีกันไปตีกันแม่ พ่อกับแม่ขอโทษที่กิจการของพวกตนลงเอยเช่นนี้ ทว่าป้ากลับถามเพียง “ไปแล้วได้ฉีดวัคซีนไหม” ซึ่งพอผมตอบว่าเจ้าของสำนักพิมพ์อธิบายไว้ว่านั่นเป็นหนึ่งในกำหนดการวันแรกของผม ป้าถามต่อว่าได้ฉีดวัควีนยี่ห้ออะไร ตอนนี้มีวัคซีนหลายชื่อมาก จำกันไม่หวาดไม่ไหว ป้าบอกให้ทุกคนเงียบแล้วพิมพ์ชื่อวัคซีนที่ผมบอกลงในโทรศัพท์มือถือ ไม่นานก็ตบโต๊ะ หยิกแขนผม เอ็ดตะโรยกใหญ่ “จะมาลังเลอะไร! ไปเลย ไปแล้วรีบไปฉีดวัคซีนดี ๆ ที่นู่นเลย! ถ้าได้ฉีดน่ะ จะบินกลับมานี่เมื่อไรก็ได้! ”

ที่บ้านเกิดของผมกำลังประสบปัญหาเรื่องวัคซีนสำหรับโรคใหม่ที่ระบาดไปทั่วโลกตอนนี้ เราไม่มีวัคซีนที่น่าเชื่อถือเท่าไร

ในห้องเรียนวิชาจริยศาสตร์ พวกเราคิดสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่สุดเท่าที่จะนึกได้ เพื่อหาคำตอบว่าหลักการไหนถูก เพื่อบอกว่าไม่มีแนวคิดใดตอบคำถามได้เสมอต้นเสมอปลาย พวกเราควรอยู่อย่างไรรวมถึงปฏิบัติต่อกันเช่นไร มีเพียงการยึดหลักการโดยไม่สะดวกสบายใจจนเกินไป อาจารย์ปรัชญาของผมเคยกล่าวไว้ ว่าคนที่คิดว่าสีดำและขาวเป็นเรื่องง่าย ไม่มีสิทธิ์อ้างว่าตระหนักถึงความซับซ้อนในสีเทา ผมเคยชื่นชมความคิดนั้น จนถอยออกมาจากห้องที่เรามักเรียนด้วยการถกเหตุการณ์ในอดีตหรือเรื่องสมมติต่าง ๆ กันเป็นชั่วโมง ถึงเห็นว่าหลายครั้ง ทุกอย่างในความเป็นจริงก็ดูง่ายขนาดนั้น ตัดสินได้เร็วยิ่งกว่าเลือกอาหารกลางวันหลายเท่าตัว

ที่บ้านเกิดของผมประสบปัญหาเรื่องการบริหารบ้านเมืองโดยทรราชมานานแล้ว และโรคระบาดก็ไม่ทำให้พวกเขาเป็นคนดีขึ้นเลย

ปัญหาเรื่องวัคซีนที่เกิดขึ้นไม่ใช่คำถามสับรางรถไฟ ไม่ได้ใกล้เคียงเลยแม้แต่กระผีกริ้น ไม่ได้มีสถานการณ์เงื่อนไขจำกัดว่าคุณจะเลือกวัคซีนที่คุณภาพด้อย หรือไม่เอาอะไรเลยในขณะที่ไม่เห็นความหวังว่าจะมีวัคซีนตัวอื่นในเร็ว ๆ นี้ วัคซีนที่มีคุณภาพกว่าไม่ได้เพิ่งมาเอาตอนจบของภาพยนตร์จากนิยายของสตีเฟ่น คิง ไม่มีรถทหารแบกผู้รอดชีวิตเพิ่งวิ่งฝ่าหมอกมาถึงพ่อที่เพิ่งลั่นไกใส่ลูกและหญิงคนรักใหม่แทนเสี่ยงให้โดนปิศาจกิน ไม่เลย แต่เรามีรัฐบาลที่เหมือนตัวละครหญิงคลั่งศาสนาพยายามสร้างลัทธิในร้านสะดวกซื้อซึ่งปิดตายตัวเองแม้จะไม่มีหมอกปิศาจคืบคลานอยู่ข้างนอก และไม่มีคนที่มีปืนจะยิงแสกหน้าหล่อนได้ครบทุกร่าง

ผมอยากให้ครอบครัวบินมาฉีดวัคซีนที่นี่ด้วย แต่พวกเขากลัวเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างอยู่รอรับเข็มที่สอง ถึงได้พากันบ่ายเบี่ยง อ้างว่าไม่อยากใส่หน้ากากอนามัยนั่งเครื่องบินเกือบสิบชั่วโมง ประหนึ่งว่าผมจะอ่านท่าทีไม่ออก“พ่อว่าตอนนี้มีอะไรก็ฉีดไปก่อนแหละ”

“ถ้างั้นทำไมทุกคนไม่ให้ผมฉีดก่อนมาที่นี่ล่ะ”

“ก็จะได้อันดีกว่า จะฉีดอันเห่ยทำไม แต่ตอนนี้ที่นี่เหมือนจะไม่มีดีกว่านี้นี่สิ เห็นข่าวหรือเปล่า ป้าเขากังวลว่าพอถึงคิวพ่อกับแม่ โรงพยาบาลจะเอาตัวของจีนมาให้ฉีด”

“อะแฮ่ม ตัวของจีนที่จีนยังไม่ใช้” เสียงป้าดังแทรก “ฮัลโหล พวกเราไม่ใช่ที่ทิ้งขยะนะ กล้าเอาของพรรค์นั้นมาสุมไว้ประเทศเราได้ยังไง เมื่อไรจะเลิกรับขยะจากประเทศอื่นยะ” ผมชอบคุยกับป้าเรื่องพวกนี้ โทสะทั้งหมดของป้าซึ่งตรงดิ่งไปยังรัฐบาลที่พวกเราไม่ได้เลือกมานั้นสว่างโรจน์

ป้าของผมเกลียดรัฐบาลชุดปัจจุบัน พวกเขาอยู่เกินวาระที่ไปยึดมาเป็นของตัวเอง ดีแต่กลับกลอกเลี่ยงบาลี ราวกับว่าถ้าไม่สะกดออกมา ความผิดก็จะไม่มีอยู่ ซึ่งผมไม่ทราบว่าโรงเรียนนายร้อยของประเทศเราหาแนวคิดที่เหมือนให้ร้านเครื่องเขียนเป็นผู้ตัดสินความยุติธรรมจากไหน แต่มันช่างไม่สมควรหลุดออกมาไกลจากห้องเรียนของพวกเขาขนาดนี้เลย ผมมักเขียนบทความโดยอิงคำพูดของป้าในชื่อว่า ‘ญาติที่รัก’ เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ไว้บนเว็บไซต์ส่วนตัว ชดเชยความรู้สึกผิดที่งานนิยายของผมมีแต่ชื่อเสียงจากความเข้าใจผิด ทำให้ผมเขียนงานน้อยลงไปทุกที ผมเลือกเขียนพาดพิงการทำงานของรัฐบาลเพราะคิดว่าพวกเขาสมควรถูกวิจารณ์ให้เป็นจุณ แต่ขณะเดียวกันก็คิดว่าเพราะผู้คนพูดถึงรัฐบาลเต็มไปหมด เสียงบรรยายของผมคงไม่ซ้ำหรือไม่แปลกถ้าจะซ้ำกับใครเข้าอีก แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ความโดดเด่นที่คนอ่านจะหาเจอมีแค่คำอ้างอิงถึง ‘ญาติที่รัก’ ผมสบายใจอยู่พักใหญ่ นานพอจะกล้ากลับมาเขียนงานอีกครั้ง ก่อนจะโดนอาจารย์ฟ้องร้องเข้าให้

“ไอ้อาจารย์คนนั้นน่ะ ก็ออกมาช่วยรัฐบาลโฆษณาวัคซีนแล้วนะจ๊ะ คิดว่าตัวเองเป็นดารารึไง”

“อาจารย์คนไหนเหรอครับ” ผมพอเดาได้หรอก น้ำเสียงป้าส่อแววรังเกียจปานนี้

แต่ป้าก็ยืนยันว่าพูดถึงอาจารย์ที่ฟ้องร้องผม คนที่เชื่อว่าผมไม่ได้ขโมยงานเขามามีแค่ครอบครัวของผม กระทั่งเพื่อนฝูงยังอ้อมแอ้ม บางคนถึงขั้นเขียนเหน็บแนมผม พวกเขาพูดถึงนักเขียนนิสัยผยอง ดูถูกงานในประเทศตัวเอง ชอบอ่านแต่งานฝรั่ง แต่ก็กลับมาตายรังพยายามจะดังในวงการหนังสือบ้านเกิดเพราะแพ้พวกฝาหรั่งด้านความเป็นเจ้าของภาษา สุดท้ายจึงลอกงานคนชั้นครู

ผมกดค้นหาข่าวเกี่ยวกับอาจารย์ท่านนั้นก่อนจะเขียนถึงเขาบ้าง มีบทความวิพากษ์ร้อนแรง คัดลอกข้อความเชื้อเชิญของเขามาลงประกอบ ถือว่าช่วยให้ทราบที่มาที่ไปง่ายขึ้นเยอะ ผมอ่านถ้อยคำไพเราะเพราะพริ้ง แล้วไม่รู้สึกคล้อยตามไปกับลมปากเชื่อมั่นในวัคซีนรัฐบาลสักเท่าไร ไหนจะชีวิตซึ่งเจ้าตัวรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก ถึงจะยังไม่พร้อมต้อนรับแขก แต่ก็ดีขึ้นพอจะเริ่มเตรียมตัวกลับไปวิ่งออกกำลังกายในสวนแถวบ้าน เขาเคยพูดในห้องเรียนเรื่องปลายปากกาซึ่งต่อต้านอำนาจ ด้วยแววตาเปล่งประกายพอ ๆ กับเวลาพูดถึงความใฝ่ฝันว่าสักวัน ประเทศของเราจะเป็นเมืองหนังสือโลกโดยแท้จริงด้วยการขับเคลื่อนของเหล่านักเขียนและร้านหนังสือเจ้าเล็ก วัคซีนนี่ไม่ใช่ความพยายามไปถึงฝังนั้นด้วยการประจบรัฐบาล กระตุกหนวดยิ้มแฮ่ว่า ช่วยพิจารณาตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ รึสมาชิกวุฒิสภาลงบนกระหม่อมเขาทีหรอก ก่อนหน้านี้เขาก็เคยเขียนเกี่ยวกับเผด็จการผู้เมตตาที่โลกต้องการมาแล้ว

อาจารย์คนนั้นเป็นอาจารย์สอนวิชาเขียนเชิงสร้างสรรค์ เขาเป็นบุคลากรดังประจำวงการงานเขียนจริง ทว่าผมแทบไม่เคยอ่านงานของเขาเลย งานของเขาเป็นตัวบังคับอ่านในวิชาอื่นที่คณะของผม ผมชอบเขาในฐานะบุคคลกับครูผู้สอนได้สนุก ผมไม่ชอบเขาในฐานะนักเขียนเท่าไร ยิ่งไม่เข้าใจทำไมงานของตัวเองจึงไปเหมือนของเขาขนาดนั้นได้ แล้วตอนนี้เขาคิดเช่นไรกับผมบ้าง ผมไม่ทันสังเกตว่าเราเลิกเป็นเพื่อนกันบนเฟสบุคตอนไหน ไม่พ้นว่าเขาโกรธตอนที่หลงคิดว่าผมขโมยงานเขาไปเขียน เลยมากดยกเลิกสถานะ ผมเคยใส่ใจกระทั่งหาทางให้คนอื่นที่ยังมีทางเข้าถึงทุกข้อความของเขาช่วยสอดส่องดูว่าเขาพูดถึงผมไว้ว่าอะไรบ้าง แต่ก็ได้คำตอบมาเพียง อาจารย์ไม่พูดถึงเรื่องขโมยผลงานเลยสักข้อความ เมื่อมีคนถามก็จะตอบเพียงว่า ไม่อยากพูดถึง ให้เป็นเรื่องระหว่างตัวอาจารย์กับทนายความและคู่กรณี

ผมไม่ได้ขโมยผลงานมา แต่ถ้าไม่ได้เป็นนักเขียนเงา บางทีผมคงไม่กล้าเขียนนิยายอีกแล้ว

เอาเถิด ตามใจท่าน ผมยังเขียนบทความได้ – ผมลองร่างเกี่ยวกับเรื่องประสบการณ์การฉีดวัคซีนในต่างแดน เสียงของ ‘ญาติที่รัก’ ดังจากลำโพงโทรศัพท์มือถือข้างแป้นพิมพ์ตลอดเวลา


pynocwy
Pynoc

Creator

Comments (0)

See all
Add a comment

Recommendation for you

  • Blood Moon

    Recommendation

    Blood Moon

    BL 47.7k likes

  • Silence | book 2

    Recommendation

    Silence | book 2

    LGBTQ+ 32.4k likes

  • What Makes a Monster

    Recommendation

    What Makes a Monster

    BL 75.4k likes

  • Invisible Boy

    Recommendation

    Invisible Boy

    LGBTQ+ 11.5k likes

  • Touch

    Recommendation

    Touch

    BL 15.5k likes

  • The Last Story

    Recommendation

    The Last Story

    GL 46 likes

  • feeling lucky

    Feeling lucky

    Random series you may like

The Writer Eventually Writes (คุณคือผู้รู้จักผม)
The Writer Eventually Writes (คุณคือผู้รู้จักผม)

5.6k views10 subscribers

แด่ทุกความรักเคารพที่จบลงเพราะอาจารย์เป็นสลิ่ม
(To all the wasted bonds, for all the scorn we hold against salim)

___________

ถ้าไม่อายปากตัวเองคงบอกว่าผมเป็นนักเขียนโดนอัปเปหิอะไรเทือกนี้หรอก แต่ความเป็นจริงคือตอนผมโดนอัปเปหิไม่เกี่ยวกับตอนผมเป็นนักเขียนเท่าไร อันที่เหมือนจะเกี่ยวก็ไม่ได้อัปเปหิเป็นทางการอะไร พวกเขาปล่อยให้ผมอัปเปหิตัวเองก็ว่าได้ ส่วนที่คนอื่นดำเนินการให้ก็เป็นการอัปเปหิที่เล็กกว่าโดนโรงแรมนักฆ่ายกเลิกบัตรสมาชิกหลายเท่าตัว ผมแทบไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นนักเขียนแล้วด้วยซ้ำ ทั้งที่ตอนนี้งานเขียนผมรุดหน้าเร็วสุด ๆ ไปเลย ก็ไม่ได้เขียนงานของตัวเองนี่นะ

ส่วนคุณเป็นใครน่ะ คุณคิดเรื่องของผมไว้มากมายเลยเหรอ คุณชื่นชมผมมากเลยเหรอ

หรือคุณอยากฉีกผมเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แบบเดียวกับที่อีเมลขู่ฆ่าพวกนั้นบอกเอาไว้

คุณเป็นใคร



คำเตือน: มีการพูดถึงการข่มขู่ฆ่า/คุกคาม, การพูดเหยียด lgbtqa+, การนำเสนอภาพไม่สมจริงเกี่ยวกับอาชีพนักเขียนและบรรณาธิการเพื่อความบันเทิงส่วนตัวของคนเขียน
Subscribe

122 episodes

งานก่อนนี้

งานก่อนนี้

110 views 0 likes 0 comments


Style
More
Like
List
Comment

Prev
Next

Full
Exit
0
0
Prev
Next