สองสัปดาห์นับตั้งแต่ผมย้ายมาบ้านแห่งใหม่ ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อ่านงานของนักเขียนที่ผมต้องเป็นนักเขียนเงาให้พวกเขา
ผมเจอคุณตอนบ่ายแก่ ๆ วันพฤหัส หน้าร้านเครื่องเขียนเจ้าเดียวกับที่คุณซื้อโพสต์-อิทรับขวัญผม เพราะโพสต์-อิทจากคุณไม่เพียงพอทั้งปริมาณและสีสันสำหรับจดโน้ตว่านักเขียนแต่ละคนมีนิสัยชอบใช้คำแบบใด รูปประโยคเช่นไร ผมแวะร้านหนังสือก่อนมาถึงร้านนี้ด้วย เพื่อซื้อคู่มือเขียนมาเปิดกำกับ ผมรู้ภาษาของที่นี่ดีพอจะเขียนนิยายเพราะโดนบังคับให้ไปเรียนสำหรับเป็นล่ามเฉพาะกิจราคาถูกของบริษัท แต่ถ้าต้องช่วยกองบรรณาธิการปลอมให้ดูเหมือนคนเกิดและโตที่นี่เขียน โดยไม่เพิ่มภาระแก่บรรณาธิการตัวจริง ผมไม่ควรสะเพร่า
คุณยืนดูกระบะใส่ของลดราคาหน้าร้าน หยิบของชิ้นแล้วชิ้นเล่ามาพินิจพิจารณาครบทุกด้าน จากนั้นค่อยวางลง หยิบสินค้าอีกชิ้นมาทำเช่นเดม ผมตัดสินใจไม่กวน เดินเงียบ ๆ เข้าไปข้างใน หยิบโพสต์-อิทอีกห้าปึกวางลงตรงแคชเชียร์
ตอนเดินออก ครั้งนี้คุณเห็นผม “อาจารย์” แววตาคุณยิ้ม “มาเดินเล่นเหรอครับ”
“ซื้อของเติมในบ้านน่ะ คุณล่ะ”
“มาหาของขวัญวันเกิดให้คนในแผนกครับ” คุณชูเทปสีสันสดใสไว้มือหนึ่ง อีกมือถือลูกเต๋าปฏิทินบนแท่นลายตัวการ์ตูนญี่ปุ่น ‘วัฒนธรรมงานแปลที่นี่แข็งแรง’ ไม่ได้หมายถึงเพียงพวกงานประเภทนวนิยายหรือหนังสือคู่มือการใช้ชีวิต แต่หมายถึงหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ รายปักษ์ในแทบทุกวงการ และหนังสือการ์ตูนของญี่ปุ่นกับเกาหลีด้วย เมื่อตัวเนื้อหาหลักแพร่กระจายเป็นวงกว้างทุกภูมิภาค สินค้าชนิดอื่นก็ตามมาไม่ขาด ดูลานตาไปหมด จะขาดก็เพียงพวกตู้สุ่มตุ๊กตุ่นตุ๊กตาขนาดเล็กกระมัง ซึ่งคุณอธิบายว่าที่นี่ห้ามไม่ให้จำหน่ายสินค้าที่ต้องสุ่มดวง เพราะถือว่าผิดกฎหมายควบคุมสื่อกลางการพนัน คุณเล่าว่าสมัยแฮร์รี่ พอตเตอร์โด่งดัง มีกบช็อกโกแลตแถมการ์ดขาย ห้างสรรพสินค้าและร้านขายขนมทุกแห่งต้องแกะการ์ดแยกออกจากขนม แล้วให้ลูกค้าเลือกลายตอนจ่ายเงิน “แต่มีเซียมซีนะครับ เพราะว่าไม่บังคับให้จ่ายเงิน แล้วก็จำกัดให้เสี่ยงได้แค่สูงสุดหนึ่งครั้งต่อวัน”
“ที่นี่…มีวัดเหรอ” ผมมองรอบตัวให้แน่ใจว่าตนเข้าใจถูก ว่าประเทศนี้มีศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติ จริงอยู่ว่าหลายประเทศมีหลายศาสนสถานรวมอยู่ด้วยกัน แต่ผมอยู่ที่นี่มาครึ่งเดือนแล้ว ลองสำรวจถึงขั้นลองนั่งรถรางไปอีกฟากเมืองดู ก็ยังไม่เห็นอะไรนอกจากโบสถ์กับป้ายชี้ไปสำนักงานดูแลสถานอุปการะเด็กในเครือของโบสถ์
“มาดูนี่สิครับ อยู่ไม่ไกลหรอก”
ผมตามคุณไปเหมือนเด็กน้อยเดินตามแมลงปอ
คุณหยุดตรงถนนก่อนขึ้นเนิน พ้นออกจากย่านการค้ามาสองช่วงตึก แล้วชี้ไปข้างหน้า ตรงช่องแคบระหว่างตึกทันสมัยคือบันไดแคบคดเคี้ยว “ทางนี้ครับ อาจารย์” คุณเรียกผมพลางเดินนำขึ้นบันได เราเดินอยู่ในเงาของตึก เมื่อพ้นทางบันไดก็พ้นเงาด้วย เผยให้เห็นพื้นเปิดโล่งขนาดใหญ่ คนหลายคนสวมชุดนักบวชกำลังกวาดใบไม้ มีทางบันไดและทางลาดไขว้ไปมาไม่ให้ชันเกินไปสำหรับรถเข็น ต้นไม้พุ่มหนาสีเขียวชอุ่มสลับเหลือง ข้างบนแขวนโคมจีน เสาหินผิวกลมเนียนติดยันต์ ตรงหน้าผมคือศาลเจ้าชินโต…ที่มีศาลพระภูมิตั้งอยู่ด้วย ผมเผยอปากค้างไว้เล็กน้อยอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ รู้สึกต้องแสดงออกว่านี่มันน่าตะลึงพอสมควร มีกระทั่งแก้วใสใส่น้ำแดงวางไว้
พหุศาสนา พหุวัฒนธรรม ผมหวนนึกถึงสี่แยกชื่อดังในเมืองที่ศาสนาพุทธ ฮินดู พราหมณ์ และการไหว้ผีมารวมตัวกันเป็นสีสันสดใสของดอกไม้ ควันธูปเทียน และเสียงดนตรีรำแก้บนขยับก้องหัวมุมถนนไปกับประกายระยิบระยับบนชุดนางรำ
“อาจารย์ ทำหน้าไม่เชื่อสุด ๆ เลย” คุณขำเสียตาหยี
“ผมว่าผมทำหน้าแบบเดียวตอนคุณเห็นที่นี่ครั้งแรกแน่ ๆ ละ ไม่อย่างนั้นคุณไม่พาผมมาหรอก” ผมยั้งน้ำเสียงก่อนมันจะฟังดูจิกกัด ถึงรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจของคุณจะชวนน่าหมั่นไส้อยู่นิดหน่อยจริง
ข้างในศาลเจ้ามีพระ ชุดแบบนักบวชออกธุดงค์ในญี่ปุ่นกำลังนั่งคุยกับพระสงฆ์ห่มจีวรส้ม ที่เหลือเป็นญาติโยม คุณชี้ให้ผมดูว่ากระป๋องเสี่ยงเซียมซีอยู่ไหน กล่องบริจาคอยู่ไหน ตามผนังมีประกาศชุมชนต่าง ๆ รวมถึงเบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางติดต่ออื่นติดเอาไว้เต็มไปหมด ส่วนใหญ่เป็นการรวมตัวตามเชื้อชาติในเมืองนี้ กับคำโฆษณาประเภทบรรยากาศเป็นมิตร พร้อมช่วยเหลือกัน ผมจดเบอร์จากโปสเตอร์ที่มีตัวอักษรภาษาคุ้นตาดีใส่ลงโทรศัพท์มือถือ
คุณทำเป็นสนทางอื่นตอนผมบันทึกเบอร์ลงเครื่อง ตลกแล้ว ผมไม่ได้เหงาขนาดนั้น นี่แค่เผื่อต้องใช้ พูดให้ถูกคือถึงเหงา ผมก็ไม่คิดหวังพึ่งกลุ่มการรวมตัวทำนองนี้หรอก
แต่ก็ขอบคุณ

Comments (0)
See all