ผมได้เข้าพบนักเขียนที่ผมจะเขียนงานแทนพวกเขาทีละคน หัวหน้าบรรณาธิการพาผมไปพบพวกเขาที่บ้านทีละราย ยกเว้นคนสุดท้ายที่พวกเขาพูดถึงกันอย่างแล้งรักสักเล็กน้อย คุณจึงเป็นคนพาผมไปแทน นักเขียนคนนั้นคุยกับคนเหมือนคนคุ้นเคยมาหลายสิบปี และต้อนรับขับสู้ผมฉันเพื่อนร่วมงานคนใหม่ เขายิ้มกว้างจนโหนกแก้มยกสูง ต่อให้มองไม่เห็นผ่านหน้ากากก็รู้ว่าอารมณ์ดี ผมเป็นเครื่องมือที่สุภาพและพูดคุยด้วยรู้เรื่องภายในอีเมลฉบับสั้น ๆ
ผมไม่อาจอธิบายนักเขียนแต่ละรายได้ถูกต้องตรงตามความรู้สึก เว้นเสียจะกล่าวถึงพวกเขาพร้อมกันว่าพวกเขามีบุคลิกที่แยกกันเป็นตัวของตัวเองเวลาสนทนากับผม เวลาพวกเขาคุยกับคุณ ผมเห็นภาพเวลาญาติผู้ใหญ่ฝั่งแม่พูดคุยกับผมหรือลูกพี่ลูกน้องของผม
คุณเป็นใครกันรึสำหรับพวกเขา ผมพอจะอนุมานได้หรือไม่ว่าคุณไม่ใช่ลูกจ้างของสำนักพิมพ์เพียงเท่านั้น คุณสนิทชิดเชื้อกับนักเขียนที่คุณกล่าวว่าอัตตาจัด ชอบเถียงฟัดเฟียดกับเจ้าของสำนักพิมพ์และหัวหน้าบรรณาธิการ ทว่าก็ไม่ยักโยกย้ายสำมะโนครัวเขียนตัวเองเป็นนักเขียนไร้สังกัด หรือย้ายไปตีพิมพ์งานกับสำนักพิมพ์ที่ไม่เสียเวลาสุงสิงกับนโยบายสื่อของรัฐบาลสักคน ท่าทีพวกเขาอธิบายเรื่องความเป็นเพื่อนสนิทมานานนมได้ตรงเผง และผมไม่คิดว่ามีเรื่องสัญญาผูกมัดรัดพันตัวพวกเขาไว้ พวกคุณดำเนินงานในชื่อใหญ่โตด้วยความผูกพัน บางทีอาจเพราะแม้สำนักพิมพ์นี้จะเป็นยักษ์ประมาณหนึ่ง แผนกของพวกคุณกลับเล็กกระจิริดประหนึ่งนิ้วก้อย เทียบกับร่างกายส่วนอื่นของยักษาที่เป็นแผนกแปลกระมัง
แต่ผมไม่คิดว่าแผนกน้อย ๆ ของพวกคุณอัตคัดขาดแคลนอะไร พวกคุณไม่ได้เดือดร้อนกับเสียงเงียบเหงาในวงการวรรณกรรมประเทศเท่าที่ปากบอก เช่นนั้นเหตุใดคุณถึงเชิญผมข้ามทะเลมาที่นี่กัน ที่นี่เป็นแดนสวรรค์ฝันเปียกของพวกอาจารย์ของผมที่ไม่มีประชาชนในประเทศคนใดจะยอมทำงานนักเขียนเงาหรือ
“อาจารย์ครับ ดื่มชาไหมครับ แถวนี้มีร้านชาเพียบเลยนะครับ คนมาเปิดตามเพราะนักเขียนขี้เต๊ะแถวนี้ชอบทำตัวเป็นพวกรู้ดีเรื่องชาน่ะครับ”
ผมมองนักเขียนผู้เปรียบได้กับหัวหน้าของผมปาหนังสือการ์ตูนใส่คุณ พวกเรามานั่งคุยกันในห้องรับแขก ผมกับคุณนั่งคนละฝั่งโซฟาหนังตัวหนาใหญ่ ส่วนนักเขียนเจ้าของเรือนนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมทำมุมทแยงกับพวกเราและห่างไปราวสามเมตร ตู้หนังสือรอบด้านพวกเราไม่เรียบร้อยเลย นิยายและการ์ตูนวางเสียบสลับกัน สะเปะสะปะยิ่งกว่าชั้นหนังสือน่าสังเวชใจของผม เพราะอย่างน้อยผมก็วางเรื่องเดียวกันไว้ด้วยกันเรียงตามลำดับ ตรงนี้ผมเห็นการ์ตูนญี่ปุ่นเอวาเกเลียนวางปนกับกันดั้มและนิยายสืบสวนของเซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์อยู่ชั้นหนึ่ง และมีเอวาเกเลียนกระจายตัวอยู่ตามอีกหลายตู้ บนโต๊ะตรงหน้าพวกเราก็มีตั้งการ์ตูนและนิยายไต้หวันแปลแล้ว บนตักของนักเขียนเจ้าของบ้านมีนิยายญี่ปุ่นห่อด้วยปกกระดาษบังปกของจริงเอาไว้ ผมคิดว่าการ์ตูนเล่มที่เขาปาคุณถูกดึงมาจากซอกเบาะ
“ไม่เป็นไรครับ ผมชอบโกโก้มากกว่า” ผมเสียมารยาท แอบประหลาดใจที่คุณไม่ทราบเรื่องนี้
ทว่าคุณกลับขยับตัวขึ้นลงตื่นเต้นระริกระรี้อยู่บนเบาะหนัง “บังเอิญจัง แถวบ้านของอาจารย์มีร้านเครื่องดื่มโกโก้อร่อยมาก ร้านโปรดของกองบรรณาธิการเราเลยครับ”
“มีซี่ไหนในปากยังไม่ต้องอุดกันบ้างไหมน่ะ เรา” นักเขียนตัวจริงของผมค่อนขอด สายตาระบุว่าคำเหน็บแนมนี้ไม่มีเจตนากระทบผม
“แต่เวลาไปกองบรรณาธิการทีไรก็เห็นขอให้เอาโกโก้เย็นร้านนั้นมาต้อนรับประจำ”
“ก็ชาฉันมีดี ๆ ของฉันเองนี่ยะ” นักเขียนแยกเขี้ยวกลับทันที นิ้วชี้จิก คล้ายอยากบิดหูคุณเต็มแก่
สุดท้ายผมก็ได้แวะร้านเครื่องดื่มจากโกโก้ที่คุณอยากแนะนำใจจะขาด หน้าร้านแสดงสินค้าตัวอย่างต้อนรับคนเดินผ่านไปมาด้วยกระปุกผงโกโก้สำเร็จรูปกับกล่องช็อกโกแลตหลากหลายหน้าตา ข้างในร้านมีลูกค้าครึกครื้น เป็นเดือนแล้ว สภาพกิจการร้านรวงร้างคนในบ้านเกิดเริ่มกลายเป็นภาพไกลตัว
ในทีแรก ผมตั้งใจเพียงลองซื้อโกโก้ร้อนหนึ่งแก้วกลับไปนั่งจิบระหว่างเริ่มร่างงาน ทว่าเพียงอึกแรกที่ได้ลองหลังจากเพิ่งรับแก้วมา ผมเม้มปากชั่งใจ ก่อนจะขอตัวผละจากคุณเข้าไปต่อแถวอีกครั้งเพื่อซื้อกระปุกผงโกโก้ติดมือ ผมเชิญให้คุณกลับไปก่อน ทว่าไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงขบขันของคุณดังประชิดด้านหลัง คุณกลับมายืนต่อแถวกับผม บอกตามตรง ถ้าบรรณาธิการคนเก่าประกบผมเช่นนี้ พวกเราคงทะเลาะกันจนเสียจริตกลางที่สาธารณะ แต่คุณช่างเข้ากับคนง่าย
“ถ้าที่นี่มีกฎหมายว่าห้ามกินของทำจากโกโก้ อาจารย์จะทำอย่างไรครับเนี่ย”
คุณช่างเข้ากับคนง่าย ทุกคำถามของคุณ ถ้าไม่ใช่ประกายของเรื่องที่ผมอยากจมตัวลงในความคิด ก็เป็นสิ่งที่ผมอยากตอบออกไปทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก
“ซื้อขายของเถื่อน”
พวกเราเดินออกจากร้านเดิมด้วยกันอีกครั้ง มือผมประคองแก้วโกโก้ฝาครอบปิด หูถุงใส่กระปุกผงโกโก้คล้องแขนซ้าย คุณเองถือแก้วด้วยมือเดียวเพราะอีกมือต้องถือกระเป๋าเอกสารทรงเหลี่ยมผืนผ้าใบบาง
พอเราเดินพ้นย่านการค้าได้ไม่ทันไร กระเป๋าเอกสารนั่นต้องยกขึ้นบังหัวพวกเราแทน กันจากละอองฝนโปรยลงมา ผมตั้งใจจะเดินกลับเข้าไปในร่มของถนนย่านการค้าเสียก่อน แต่คุณกลับเอาแขนคล้องแขนผม ตาเป็นประกายมุ่งมั่น “อาจารย์ครับ นี่เหมาะมากเลยนะครับ”
กว่าผมจะเข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร เราก็วิ่งมือกดฝาแก้วไม่ให้เครื่องดื่มร้อนหก วิ่งฝ่าละอองฝนซึ่งเริ่มลงเม็ดชัดทีละนิด ไล่ตามทางที่คุณอยากจะไป
พวกเรากลับมาที่ศาลเจ้าเฮือกสุดท้ายก่อนฝนเทกระหน่ำลงมาเป็นเส้นตรง คุณทักทายเหล่านักบวชนักบุญและชาวบ้านชาวเมืองอย่างคนกันเอง แล้วถอดรองเท้าซึ่งยังไม่แฉะพอจะซึมถึงถุงเท้าข้างใน ขัดสมาธิบนชานระเบียงไม้ที่ข้างบนมีกันสาดลาดยาวบังฝนไม่ให้กระเซ็นมาถึงตัวพวกเรา กระดกโกโก้ร้อนท่าทางสบายอุรานักหนาเชียว
“ทำไมผมกับคุณถึงวิ่งมาทางที่มันไกลจากป้ายรถเมล์หรืออพาร์ตเมนต์ของผมล่ะ”
“วันนี้ทำงานครบตามกำหนดทุกอย่างแล้วนี่ครับ อาจารย์ พักหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวโกโก้หายร้อนหมดนะครับ”
บรรณาธิการนิสัยตลก ชิ้นงานของผมยังไม่เริ่มอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ แต่ผมก็ตอบสนองคำเชิญชวน ลงนั่งข้างคุณ มองดูฝนกับใบไม้ลอยในแอ่งน้ำทั่วพื้นหิน
พวกเราเปิดฝาแก้วออกจังหวะเดียวกัน เสียงฝาพลาสติกหลุดดังพร้อมไอร้อนที่ยังมีมากล้นเกินคาดเกาะเลนส์แว่นตาเป็นฝ้าหนาจัด ผมมองแทบอะไรไม่เห็นจึงเผลอหันไปทางที่คุณนั่งอยู่
เมื่อผมดันแว่นตาขึ้น คุณก็กำลังทำแบบเดียวกันและมองกลับมา

Comments (0)
See all