“อาจารย์ ทำอะไรอยู่เหรอครับ”
ผมมองคุณจากบนเก้าอี้ที่ยืนอยู่ “พยายามหามุมมองของนางไม้ที่สูงเกือบสามเมตรอยู่” นักเขียนหนึ่งในสามคนมีโครงเรื่องสำหรับเรื่องสั้นแฟนตาซีเยาวชน นิสัยบรรยายของเขาค่อนข้างละเอียด ใส่ใจในจุดที่คนไม่ค่อยทันรู้สึกตัวกันว่าจำเป็นต้องมีสำหรับจินตนาการแต่ละฉาก ทั้งยังใช้คำค่อนข้างจำเพาะเจาะจง ผมเขย่ง ยกส้นเท้าทั้งสองข้างลอยเพื่อเข้าใกล้ความสูงของตัวละครอีกสักนิด จะได้หามุมมองลงเวลาร่างที่สูงดั่งต้นสนจรดสายตายังร่างของเด็ก สูงไม่พ้นเก้าอี้ตัวนี้ดี
เก้าอี้โต๊ะทำงานของผมเป็นแบบติดล้อเสียนี่ซี
“อาจารย์! ระวังครับ!” คุณทิ้งกระเป๋าแล้วถลาเข้ามาจับเก้าอี้ยึดไว้กับที่ ยกมือขึ้นเตรียมจะดึงก่อนผมหงายหลัง “ให้ผมช่วยดีกว่าครับ” คุณหันหลังให้ผม
“จริงสินะ งั้นคุณช่วย –”
ผมตั้งใจจะเกาะไหล่คุณตอนลงจากเก้าอี้ ไม่ใช่ให้คุณพาผมขึ้นขี่คอ แต่ในเมื่อเรามาถึงจุดนี้แล้ว ผมก็ได้แต่พยายามเหยียดหลังตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ กับรีบเก็บภาพทิวทัศน์ที่เห็น
คุณยืนนิ่งไม่ทุกข์ร้อน แขนสองข้างกอดขาผมไว้หลวม ๆ “คุณนี่แข็งแรงจังนะ”
“โตมากับแบก ๆ โยน ๆ ลังหนังสือน่ะครับ พอทำงานโต๊ะก็ต้องคอยบริหารหลังด้วย ไม่งั้นปวดแย่” คุณเอนศีรษะชิดกับต้นขาผมเพื่อเงยหน้าขึ้น “ช่วยอะไรไหมครับ”
“พอคิดว่ามีนางไม้สูงสามฟุต กับมงกุฎเขากวางของเจ้าหล่อนอีก ถ้าผมเป็นตัวเอกคงกลัวเวลาหล่อนหันละมั้ง ว่าจะไปเกี่ยวหรือทำให้มงกุฎหักเพราะครูดกับผนังรึเปล่า” ผมสะกิดบ่าคุณ “ขอบคุณ แต่ผมคิดว่าพอแล้วละ รีบให้ผมลงดีกว่า”
นั่นไม่ใช่เสียงถอนหายใจเสียดายใช่ไหม เพราะคุณควรจะโล่งอกสิ

Comments (0)
See all