Please note that Tapas no longer supports Internet Explorer.
We recommend upgrading to the latest Microsoft Edge, Google Chrome, or Firefox.
Home
Comics
Novels
Community
Mature
More
Help Discord Forums Newsfeed Contact Merch Shop
Publish
Home
Comics
Novels
Community
Mature
More
Help Discord Forums Newsfeed Contact Merch Shop
__anonymous__
__anonymous__
0
  • Publish
  • Ink shop
  • Redeem code
  • Settings
  • Log out

The Writer Eventually Writes (คุณคือผู้รู้จักผม)

คนที่ทัน

คนที่ทัน

Feb 14, 2022


คุณหน้านิ่วคิ้วขมวด “ติดขัดตรงไหนหรือเปล่า” ผมลองถามจากหน้าโต๊ะทำงาน คุณเอาหนังสืออ้างอิงมาให้ พวกเราเพิ่งนึกได้ว่าหลังจากเผื่อแผ่แง่มุมศาสนาในสังคมนี้เสร็จแล้ว ผมยังขาดความรู้เกี่ยวกับนิทานและตำนานท้องถิ่น นิทานที่คุณเคยอ่านตอนเด็กกองเป็นตั้งบนตัก ผมเปิดพลิกดูขณะรอคุณอ่านความคืบหน้าของงานให้จบ ผมไม่ได้บอกคุณว่าเริ่มเขียนอีกสองงานไปแล้วด้วย เพราะอย่างไรเสีย สุดท้ายก็คงต้องลบทิ้งเริ่มเขียนใหม่ไม่ช้าก็เร็ว

คุณรีบเงยหน้าขึ้นจากอุปกรณ์อ่าน “เปล่าครับ เอ้อ ที่จริงก็มีหน่อยครับ ผมลืมว่านี่ต้องไม่ใช่งานของอาจารย์ วรรคนี้ ตั้งแต่ที่อรารินคิดกับตัวเองว่านางไม้จะเห็นเธอเป็นฆาตกรต่อเนื่องไหมนะ เพราะมีหนังสือทำจากกระดาษ แล้วกระดาษทำจากต้นไม้อยู่เต็มห้องเธอเลย จนถึงที่หลุดปากบอกนางไม้ว่าเธอไม่ได้ฆ่าเพื่อนต้นไม้ของนางไม้นะ แค่ซื้อมาต่างหาก คนซื้อศพเพื่อนของคุณที่แล่บางเย็บเล่มแล้วสักลงไปกันเต็มเลย ผมว่าความคิดอรารินโตไปหน่อยนะครับ หรืออย่างน้อย กองควบคุมสื่อคงไม่อยากให้ครอบครัวอบอุ่นปล่อยให้เด็กหกขวบรู้จักคำว่าฆาตกรต่อเนื่องน่ะครับ แถมอารมณ์ขันตรงนี้มันเหมือนในงาน ‘ขั้นบันไดสันหนังสือ’ ของอาจารย์มากไปหน่อย”

ผมไม่ควรรู้สึกอะไรที่คุณจำชื่องานชิ้นนั้นได้ ตั้งหลายคนจำงานชิ้นนั้นได้ ผมแค่เรียกมันว่า งานที่ถูกหาว่าลอกดักลาส อดัมส์ในหัวเวลานึกถึงมัน

พอต้องเขียนงานของตัวเอง เหมือนงานคนอื่นเพียงเล็กน้อยก็จะโดนโยงเข้าหาทันที หนักเข้าหน่อยจะถูกหาว่าลอก ส่วนพอต้องเขียนในนามคนอื่น กลับต้องคอยระวังไม่เป็นตัวของตัวเอง ช่างน่าขำเสียจริง “ขอบคุณครับ” ผมลากทับจุดที่เขาชี้ในคอมพิวเตอร์ กดเปลี่ยนสีตัวอักษรเป็นแดงเถือกทั้งสองย่อหน้าเอาไว้สำหรับแก้ภายหลัง

“เขียนไปได้เยอะมากเลยนะครับ”

“พอไม่ต้องคิดพล็อตเองทั้งหมดมันก็พอจะฉลุยอยู่เหมือนกัน” ผมพยักหน้าเห็นด้วย ไม่เคยเขียนถึงยี่สิบห้าหน้าในหนึ่งสัปดาห์มาก่อนเหมือนกัน

“ว่าแต่ อาจารย์มีแผนจะเขียนงานของตัวเองไหมครับ”

“ไม่นี่ ยิ่งต้องเขียนสามงานตามได้รับมอบหมายแบบนี้ คงไม่เขียนอะไรของตัวเองไปพักใหญ่อยู่แล้ว” ยังดีที่มีงานอื่นให้โบ้ย ผมรู้ว่าคุณอ่านงานทั้งสามชิ้นของผม คุณยังไม่เข็ดหลาบอีกหรือ สำหรับนักเขียนที่ยอดตีพิมพ์เล่มของทั้งสามเรื่องรวมกันไม่ถึงหลักหมื่นด้วยซ้ำ ชื่อเสียผมมากอย่างน่าอัศจรรย์ “คุณชอบงานของผมเหรอ”

“ชอบครับ”

“ทั้งที่เหมือนของลอกมา แล้วทุกคนก็บอกว่าของที่โดนเปรียบดีกว่าจนเรื่องเงียบเพราะคิดกันว่า ไม่รู้จะเสียเวลามาสนใจทำไมน่ะเหรอ”

“คนที่หาว่าอาจารย์ลอกรูปแบบการเขียนของสตีเฟ่น คิงเอย ดักลาส อดัมส์เอยน่ะ เป็นคนเดิมเสมอเลยนะครับ”

ผมหมุนเก้าอี้ให้หันไปทางโซฟา “หมายถึง…?”

“คนเดียวกันครับ ตรงตัวเลย คนที่เริ่มพูดว่าเหมือนงานคนนั้นบ้างละ คนนี้บ้างละ เป็นคนเดียวกันทั้งสองเรื่องเลยครับ เวลาห่างกันไม่มาก แล้วผมก็อ่านงานของอาจารย์ตั้งแต่มีฉบับแปลของ ‘ขั้นบันไดสันหนังสือ’ คนที่เริ่มเรื่องนี้น่ะ เป็นคนเดิมครับ ที่มาของคนที่พูดถึงงานของอาจารย์ว่าลอกหรือเหมือนของใคร เริ่มจากในเรดดิททั้งสองครั้งเลย กระทู้แรกพูดเหมือนเป็นแฟนงานของสตีเฟ่น คิง ส่วนอันที่สองมาทำเป็นบอกว่าเพื่อนที่เป็นแฟนงานของดักลาส อดัมส์จำได้ว่าเขาเคยพูดถึงงานของอาจารย์ เลยเอามาถาม แล้วเขาก็เลยเอาไปถามในห้องของ ‘นักโบกฯ’ หลังจากนั้นก็จะดึงคนมาเห็นด้วยสักพัก แล้วก็จะเป็นพวกความเห็นที่พูดเหมือนปกป้องอาจารย์ แต่ออกไปทางดูถูก ยุให้พวกแฟนผลงานนักเขียนคนอื่นโมโหมากกว่า ซ้ำกันทั้งสองครั้งเลยครับ ในกระทู้จะเหมือนคนถล่มกันคุย แต่พอลองอ่านเทียบชื่อบัญชีดี ๆ แล้ว มีคนเถียงกันไปมาเรื่องงานของอาจารย์แค่สามถึงสี่คนเองครับ ที่เหลือด่ากันเรื่องปากมอมออกนอกเรื่องมากกว่า”

“ตอนดักลาส อดัมส์ก็ใช่หรอก แต่ทำไมตอนสตีเฟ่น คิงถึงใหญ่โตขนาดนั้น”

“อาจารย์ไม่ได้อ่านทุกความเห็นสินะครับ” คุณเกาหลังหัว “จะว่ายังไงดี แต่ความเห็นที่อ้างตัวว่าชอบงานของอาจารย์น่ะ แย่มากเลยครับ ทั้งเหยียดชาติพันธุ์ เหยียดเพศ ด่ากราดไปทั่ว ตอนนั้นผมก็ไม่เห็นด้วยว่าจะมาโยงว่าเป็นงานของสตีเฟ่น คิง หรือพยายามลอกดักลาสได้ยังไง ในเมื่อไม่ได้เหมือนขนาดนั้น คิดว่าคนเขียนคงเป็นแฟนผลงานที่ซึมซับบรรยากาศงานมามากกว่า แต่จู่ ๆ ก็มีความเห็นมาบอกว่ามีร้านหนังสือแนะนำว่านี่เป็นงานที่คิงใช้นามแฝงอื่นตีพิมพ์ หลังจากนั้นคนก็เลยพากันพูดว่าถ้าจริง ก็เพราะฝีมือตก แล้วทุกคนก็ย้ายไปสนใจเรื่องมีคนอ้างว่านี่เป็นงานของคิงแทน คนที่มองว่าไร้สาระ เพราะคนที่พูดก็ลบบัญชี จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็เลิกสนใจแล้วละครับ หาว่าร้านไหนอ้างยังไม่เจอเลย แต่คนโยนไปว่าอาจเป็นสำนักพิมพ์แทน แค่สำนักพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษกับของทางเราประกาศว่าเปล่า เรื่องก็เงียบแล้ว ตัวแทนของคิงยังไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ”

“เป็นแบบนั้นหรอกเหรอเนี่ย”

“แล้วอย่างที่ผมบอกแหละครับ ความเห็นที่ทำเป็นปกป้องอาจารย์น่ะ น่าเกลียดหลายอันมาก ผมเห็นด้วยว่าสองงานไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย ตอนเรื่องดักลาส อดัมส์ ผมยังไม่อยากพิมพ์อะไรให้เหมือนว่าเห็นด้วยกับความเห็นคนพวกนั้นเลยครับ ผมคิดว่าคนไม่สนใจเท่าไรแล้ว”

“พอเป็นคนต่างชาติคุยกัน มันเลยดูดังในประเทศผมนี่นะ”

“อาจจะเพราะตอนนั้น เรื่องของอาจารย์มันไม่มีส่วนอื่นจะดังได้เลยนอกจากประเด็นนี้น่ะครับ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีเลยนะครับ แต่ว่า ผมอ่านจบสองรอบแล้วก็บอกได้แค่ว่าชอบมาก ถ้าจะให้เล่าให้คนอื่นสนใจ ผมไม่รู้จะเล่ายังไงดี ตอนเอาเรื่องนี้ไปเสนอให้หัวหน้าซื้อลิขสิทธิ์มาแปล ผมก็แค่ตามตื๊อบอกให้หัวหน้าอ่านเองก่อนเจ้าของสำนักพิมพ์เป็นคนมาบอกว่า จะดูแลเรื่องแปลงานของอาจารย์เอง”

“เป็นกองบรรณาธิการที่คุยงานกันได้อิสระดีนะ” ผมเค้นความเห็นออกมาได้เพียงเท่านี้ บอกตามตรงว่ายังตะลึงงันกับหลายอย่างจนคิดอะไรไม่ค่อยออก

“ขอโทษครับ ตอนนั้นมีแต่ต้องมองว่าเรื่องพวกนี้ไร้สาระ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่กล้าเสนอเรื่องของอาจารย์ ผมไม่ได้อยู่แผนกแปลเต็มตัวด้วย ยกเว้นว่าจะเกี่ยวกับงานที่แปลจากภาษาเราเป็นภาษาอังกฤษ” คุณขอโทษขอโพยซ้ำไปมา แต่ผมยังไม่เข้าใจเท่าไรว่าคุณทำอะไรผิดต่อผมกันแน่ หรือคุณแค่รู้สึกไม่ดีกับน้ำเสียงพรวดพราดของตัวเอง “ทั้งหัวหน้าทั้งเจ้าของสำนักพิมพ์บอกว่าอย่าไปรื้อฟื้น”

“ขอถามหน่อยนะ คุณเป็นคนเสนอให้จ้างผมมาเป็นนักเขียนเงาเหรอ”

คุณดูประหลาดใจ “เปล่านี่ครับ จู่ ๆ เจ้าของก็บอกหัวหน้าเอง”

“เขาคงไม่ได้คิดว่าผมมีความสามารถลอกรูปแบบงานใครก็ได้ไปหมดหรอกนะ” ถ้าเป็นแบบนั้นจริงคงแย่ ทว่าผมคิดไม่ออกเสียทีว่าทำไมเขาต้องลงทุนกับผมนักหนา

“ผมว่าเจ้าของคิดว่าอาจารย์น่ะ ไว้ใจได้ครับ”

“เพราะทฤษฎีของคุณน่ะรึ”

คุณทำท่าจะแย้งแต่เปลี่ยนใจกะทันหัน

“ขอบคุณครับ ที่เชื่อมั่นกับผมขนาดนั้น”

แต่คุณเป็นใครในเรื่องนี้ล่ะ ความฟุ้งซ่านส่วนที่ผมมักใช้ต่อยอดโครงเรื่องโลดแล่นในขณะที่เราแยกย้ายกลับไปสนใจชิ้นงานตรงหน้า ผมจินตนาการภาพคุณเป็นนักอ่านไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ค้นหาชื่องานหรือชื่อของผมทางคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ แล้วได้เห็นกระทู้เรดดิทเจ้าปัญหาแห่งอาชีพการงานเขียนของผมเข้า จากนั้นคุณก็ต้องตกใจอีกครั้งหลังจากได้อ่านงานเขียนชิ้นที่สองของผม แล้วพบว่ามีเรื่องเดิมซ้ำซากเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่คุณใส่ใจมากกว่าคิดแค่ว่านักเขียนคนนี้เป็นอะไรนักหนา ถึงลงเอยประเด็นนี้เรื่อย คุณย้อนดูให้แน่ใจว่าต้นเรื่องเป็นคนเดียวกันแล้วรู้สึกเหนื่อยหน่าย มองว่าประเด็นพวกนี้ช่างจิ๊บจ๊อย ไม่มีค่าให้มากระเทือนความตั้งใจจะทำงานในฐานะบรรณาธิการ ‘นักเขียนคนนี้ช่างน่าสงสาร แต่มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาส ฉันจะดีต่อเขาสักหน่อย’ ‘ฉันชอบงานของเขาเป็นบ้า อยากร่วมงานด้วยจัง นี่แหละเหตุผลที่ฉันเป็นบรรณาธิการ’ ‘ฉันชอบงานเขาประมาณหนึ่ง แต่พอเจอกันแล้ว ฉันชอบขาของเขามากกว่า’

หรือคุณเกลียดงานของผม แล้วก็เกลียดผมด้วย

“อาจารย์ครับ”

คุณเรียกผมอีกครั้ง ผมหันไปหลังจากนั่งจ้องจอโดยไม่ได้พิมพ์อะไร คุณคงคิดว่าผมยังตัดสินใจไม่ได้จะแก้ตรงตัวหนังสือแดงเช่นไรดี คุณยืนอยู่ข้างหน้าโซฟา “อ๊ะ ขอโทษที คุณจะกลับแล้วใช่ไหม”

“ขอผมชงโกโก้ให้ได้ไหมครับ สองที่”

“เหอ…”

“อันที่จริง” คุณก้มลงหยิบกระเป๋าเอกสารซึ่งพองกว่าปกติเป็นพิเศษ แล้วดึงห่อพลาสติกออกมา “ผมซื้อมาร์ชเมลโล่วมาครับ”

ผมยิ้มแล้วผงกหัวให้

คุณเป็นใครในเรื่องของผมกันนะ

ผมต้องทำอะไร ถึงจะแน่ใจได้ว่าคุณไม่ใช่คนที่เกลียดผมจนต้องแสร้งว่าเคารพนับถือผมจากหัวใจ


pynocwy
Pynoc

Creator

Comments (0)

See all
Add a comment

Recommendation for you

  • Blood Moon

    Recommendation

    Blood Moon

    BL 47.7k likes

  • Silence | book 2

    Recommendation

    Silence | book 2

    LGBTQ+ 32.4k likes

  • What Makes a Monster

    Recommendation

    What Makes a Monster

    BL 75.4k likes

  • Invisible Boy

    Recommendation

    Invisible Boy

    LGBTQ+ 11.5k likes

  • Touch

    Recommendation

    Touch

    BL 15.5k likes

  • The Last Story

    Recommendation

    The Last Story

    GL 46 likes

  • feeling lucky

    Feeling lucky

    Random series you may like

The Writer Eventually Writes (คุณคือผู้รู้จักผม)
The Writer Eventually Writes (คุณคือผู้รู้จักผม)

5.6k views10 subscribers

แด่ทุกความรักเคารพที่จบลงเพราะอาจารย์เป็นสลิ่ม
(To all the wasted bonds, for all the scorn we hold against salim)

___________

ถ้าไม่อายปากตัวเองคงบอกว่าผมเป็นนักเขียนโดนอัปเปหิอะไรเทือกนี้หรอก แต่ความเป็นจริงคือตอนผมโดนอัปเปหิไม่เกี่ยวกับตอนผมเป็นนักเขียนเท่าไร อันที่เหมือนจะเกี่ยวก็ไม่ได้อัปเปหิเป็นทางการอะไร พวกเขาปล่อยให้ผมอัปเปหิตัวเองก็ว่าได้ ส่วนที่คนอื่นดำเนินการให้ก็เป็นการอัปเปหิที่เล็กกว่าโดนโรงแรมนักฆ่ายกเลิกบัตรสมาชิกหลายเท่าตัว ผมแทบไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นนักเขียนแล้วด้วยซ้ำ ทั้งที่ตอนนี้งานเขียนผมรุดหน้าเร็วสุด ๆ ไปเลย ก็ไม่ได้เขียนงานของตัวเองนี่นะ

ส่วนคุณเป็นใครน่ะ คุณคิดเรื่องของผมไว้มากมายเลยเหรอ คุณชื่นชมผมมากเลยเหรอ

หรือคุณอยากฉีกผมเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แบบเดียวกับที่อีเมลขู่ฆ่าพวกนั้นบอกเอาไว้

คุณเป็นใคร



คำเตือน: มีการพูดถึงการข่มขู่ฆ่า/คุกคาม, การพูดเหยียด lgbtqa+, การนำเสนอภาพไม่สมจริงเกี่ยวกับอาชีพนักเขียนและบรรณาธิการเพื่อความบันเทิงส่วนตัวของคนเขียน
Subscribe

122 episodes

คนที่ทัน

คนที่ทัน

166 views 0 likes 0 comments


Style
More
Like
List
Comment

Prev
Next

Full
Exit
0
0
Prev
Next