ผมกลับมาจดจ่อกับภารกิจเงา ความตั้งใจจะเขียนสามงานไปพร้อมกันเลือนหายไปกับความคืบหน้าของเรื่องเด็กน้อยกับนางไม้ที่ทิ้งห่างเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองชิ้นไม่เห็นฝุ่น
ส่วนใหญ่ไปได้สวย ยกเว้นจุดที่นักเขียนเจ้าของชื่อไม่ได้ระบุว่ามีความคิดอะไร คุณบอกว่าส่วนนั้นตกเป็นความรับผิดชอบของผมต้องคิดเอาเอง
โทรศัพท์มือถือดัง ผมพักจากงานพอเห็นว่าเป็นเบอร์ของแม่ ถือโอกาสนี้ลุกไปเติมน้ำใส่แก้ว ผมถามคุณให้ช่วยตรวจทานว่าขาดเหลือข้อมูลอะไรเกี่ยวกับข้อกำหนดจากนักเขียนบ้าง คุณเขียนเรื่องหมั่นดื่มน้ำกับยืดกล้ามเนื้อแขนและหลังลงไปในโพสต์-อิทแผ่นจากปึกที่คุณซื้อรับขวัญผม แล้วแปะลงบนผิวโต๊ะตรงที่ผมมักวางโทรศัพท์ เพราะอยู่ใกล้ปลั๊กไฟ
“แม่ว่าจะไปฉีดวัคซีนนะ” แม่บอก
ผมวางเหยือกน้ำลง “เอางั้นเหรอ”
“ป้ากับพ่อบอกขอดูก่อน”
“แต่พอถึงวันฉีด พวกพ่อไปด้วยใช่ไหม”
“เอ๊า ก็ต้องแบบนั้นน่ะสิ” แม่ตอบเหมือนผมถามอะไรประหลาดพิสดาร ป้าน่ะรึจะปล่อยให้แม่ไปฉีดวัคซีนเพียงลำพัง
“ขอให้แข็งแรงปลอดภัยนะ แม่ คอยโทรมาบอกผมด้วยนะ”
“อยู่แล้วสิ”
ผมไม่เป็นอันทำอะไรแล้วนอกจากค้นเรื่องเกี่ยวกับวัคซีนที่บ้านเกิดผมใช้กันตอนนี้ ซึ่งยิ่งค้นผมยิ่งไม่เจออะไรสักอย่าง มีเสียงเล่าว่าเกิดผลข้างเคียงรุนแรงเท่าไรอยู่เพียงในพื้นที่สาธารณะของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ไม่ปรากฎข้อมูลตามรายงานเป็นทางการสักทีหนึ่ง พวกเขาปัดเป็นผลจากโรคประจำตัวกันหมด โดยเฉพาะรายที่เสียชีวิต ทั้งที่ผมก็ทราบอยู่แล้วว่าสถานการณ์บ้านเกิดเป็นเช่นนี้มาหลายเดือน ทว่าตอนนี้กลับฟุ้งซ่านหวาดผวายิ่งกว่าก่อนเก่า ตอนนี้ผมไม่ใช่นักเขียนหรือนักเขียนเงาแล้ว ผมเป็นแค่คนที่เดินไปเดินมาในห้อง ไม่ค้นหาข่าวทางโทรศัพท์มือถือ ก็พิมพ์คำเดิม ๆ ซ้ำลงไปในกูเกิ้ลบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
ผมไม่ได้ยินเสียงคุณเคาะประตู เสียงตอนคุณเปิดแง้มประตูเองอย่างระมัดระวัง เกรงอกเกรงใจทว่าก็คงสงสัยเกิดอะไรขึ้นกับผมยิ่งพลาดไปจากการรับรู้ของผม จนผมเดินไปชนคุณเข้าเองจังหวะที่คุณเพิ่งถอดรองเท้าไว้ข้างประตู
“เข้าช่วงตันแล้วสินะครับ” คุณเดาจากที่ผมนั่งไม่ติดเก้าอี้ทำงาน
เสียใจด้วยที่ต้องดับฝันเป็นยอดนักสืบของคุณ “แม่ของผมจะไปฉีดวัคซีน”
“ตัวที่อาจารย์ด่าไม่เหลือซากในบทความน่ะเหรอครับ”
“ผมแค่บอกว่ามันไม่น่าไว้ใจ ส่วนใหญ่เป็นคำพูดของป้าผมที่ผมเห็นด้วยอีกทีต่างหาก”
“ผมมั่นใจว่าป้าของอาจารย์ไม่ได้พูดว่า ‘เกรงว่าจนป่านนี้ รัฐบาลก็ตกหลุมรักวัคซีนตัวนี้ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะคือสิ่งที่ผู้ได้ผลประโยชน์พยายามจะบอกว่าปรากฏตัวมาอย่างหงส์ แต่ทุกคนที่มีสามัญสำนึกล้วนเห็นว่านับแต่ก้อนก้าวแรกเสร็จก็ลงเยี่ยงปฏิกูลที่ไหลเอื่อยไม่ยอมร่อยลงคลอง ซึ่งก็ควรเป็นหน้าที่พวกเขาฉ้อฉลช่วงชิงมา ที่ต้องทำให้คลองสะอาด’ แน่ ๆ ครับ เพราะมันไม่ได้อยู่ในโควท”
ทำไมคุณถึงอ่านภาษาที่น่าจะเป็นประมาณภาษาที่สี่หรือห้าของคุณคล่องเหลือเกินนะ คุณควรลองไปเป็นนักแปลดูเสียเลยไหม ผมยกมือสองข้างขึ้นเสยผม รู้สึกจวนเจียนประสาทเสีย
นี่คือความรู้สึกอะไรกันนะ ข้างในลำคอผมตีบไปหมด ในอกผมหนักอึ้ง ขาผมสั่นแต่ผมก็ไม่อยากหยุดเดิน
“อาจารย์ เป็นอะไรรึเปล่าครับ”
“ผมโดนขู่ฆ่า”
การที่แม่ของผมจะไปฉีดวัคซีนต้องสงสัยของรัฐบาลทำให้ผมกลัวพอ ๆ กับการโดนตามขู่ฆ่าเป็นปี
ร้อน ลูกตาผมร้อน
มือของผมเย็นเฉียบ ผมวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกาแฟ คุณเดินตามมา
ในเมื่อผมกลัวทั้งสองสิ่ง ผมเล่าให้คุณฟังอย่างหนึ่งไปแล้ว เล่าอีกเรื่องด้วยจะยากตรงไหน
“อาจารย์ ไม่เคยแจ้งตำรวจเลยเหรอครับ” คุณถามหลังจากไล่อ่านข้อความที่ผมยังเก็บไว้ ผมลบพวกที่ส่งมาเพียงครั้งสองครั้งไปหมด เหลือไว้แค่รายเดียวที่สม่ำเสมอกว่าใครอื่น ถ้าเว็บไซต์ผมเปิดให้ทิ้งความเห็น คงมีความเห็นด่าทอด้วยเหมือนกัน แต่คนพวกนั้นแค่เกลียดที่ผมด่ารัฐบาล คนผู้นี้เกลียดตัวตนของผม
ผมมองดูสีหน้าด้านข้างขณะที่คุณอ่านข้อความพวกนั้น แต่ก็ยังเดาอะไรไม่ถูก คุณกำลังกลัวจากใจจริงเหมือนผมตอนนี้ไหม
“เคยตอนที่เพิ่งได้มา แต่ตำรวจก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้เท่าไรนอกจากให้ลงบันทึกประจำวันเอาไว้ สุดท้ายก็ได้แค่คำแนะนำให้เปลี่ยนอีเมล แต่ผมต้องใช้อีเมลติดต่องานอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เปลี่ยนใหม่ยังไง สุดท้ายเขาก็จะรู้อีเมลใหม่ด้วยเหมือนกัน แล้วก็ส่งมาอีก ทางนั้นก็ไม่เคยทำมากไปกว่านั้น เหมือนแค่ยืนกรานว่าขอให้ได้ส่งมาก็พอ”
“แล้วทำไมอาจารย์ไม่ตั้งค่าเป็นสแปมล่ะครับ ผมตั้งให้ได้นะ” คุณจับเมาส์พร้อมจะทำให้ “ว่าแต่ นี่อ่านทุกฉบับที่เขาส่งมาเลยเหรอครับ” คุณถามเสียงหลง สายตาไม่อยากเชื่อมองจ้องผม
“ผม…อยากรู้ว่าทำไมเขาถึงเกลียดผมนักหนา” ลำคอของผมแห้งผากพอพูดเรื่องนี้ “ผมอยากรู้ว่าเขาเกลียดอะไรก่อน ตัวผมหรืองานของผม แล้วถ้าสักวัน เขาเลิกส่งมา มันแปลว่าผมทำอะไรถูกสักทีแล้วหรือเปล่า”
“อาจารย์! อย่าไปให้ค่าความเห็นคนพรรค์นี้สิครับ” คุณยกมือขึ้นเหมือนอยากเข้ามาเขย่าตัวผม อ้อนวอนให้ฟังคุณ
“ผมเคยพยายามแล้ว แต่ผมทำไม่ได้เท่าไร”
ครั้งนี้คุณนั่งหน้าโต๊ะทำงานของผม ผมนั่งบนโซฟา สีหน้าคุณไม่ดีเอาเสียเลย “อาจารย์ ทนมาเป็นปี ๆ ไม่บอกใครได้ยังไงน่ะครับ”
“เพราะผมกลัวด้วย แต่ก็สงสัยด้วยละมั้งว่าเขาเป็นใคร ทำไม อีกส่วนคงเพราะรอบตัวผมกับงานของผมมีแต่เรื่องพวกนี้ ถ้าบอกว่าโดนขู่ฆ่าด้วย – แปลกนะ ผมไม่อยากโดนหาว่าผมกุเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่อยากมาก ๆ เลย สักความเห็นเดียวผมก็ไม่อยากให้มีอยู่บนอินเตอร์เน็ต พวกเขาหาว่าผมอ้างชื่อนักเขียนดังมาขายงานตัวเองก็แล้ว หาว่าผมพยายามลอกงานนักเขียนอีกคนก็แล้ว กล่าวหาว่าผมขโมยงานนักเขียนคนอื่นสำเร็จก็แล้ว ผม…”
ผมเหนื่อย ตาล้า ตอนนี้ผมบอกได้ว่าลูกตาตึง แห้ง และเหนียว นี่หรือเปล่านะที่ ‘ตาของฉันเน่ามาก’ หมายถึงใน ‘นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย’ ผมปิดเปลือกตาลงเพื่อเอามือกด สัมผัสความอ่อนนุ่มของอวัยวะทำให้ผมรู้สึกว่ายังมีของเหลวไหลเวียนอยู่ข้างใน
เมื่อเอามือลง คุณมาอยู่ใกล้ผมแล้ว ข้างผม แต่คุณเลือกจะนั่งบนโต๊ะกาแฟ มือของคุณวางบนเข่าของผม
“อย่าไปอ่านข้อความพวกนี้อีกเลยนะครับ”
ทำไมล่ะ เพราะคุณเขียนโดยหลงคิดมาตลอดว่าผมไม่เคยอ่านมันสักฉบับหรือ คุณแค่ปลดปล่อยความเกลียดชังต่อผมเป็นงานอดิเรกเหรอ มาคิดดู คุณใช้ภาษาบ้านเกิดผมคล่องน่าดูนี่นา คุณอ่านมันออก เข้าใจหมดทุกคำ คุณจำสิ่งที่ผมเขียนได้ละเอียดยิบ คุณเป็นคนยัดความคิดว่าอาจารย์อาจเป็นคนเริ่มชื่อเสียงไม่ดีรอบงานของผม คุณอาจคิดดักไว้ว่านั่นจะทำให้ผมเชื่อมโยงว่าคนที่ตามขู่ฆ่าผมคืออาจารย์ด้วยเหมือนกัน ซึ่งคุณคิดถูก คุณสังเกตผมดีมาหลายเรื่องแล้ว
เอาละซี ผมมัวแต่เชื่อเรื่องความเป็นไปได้ว่าอาจารย์เกลียดผมมาก่อนหน้าจะฟ้องร้องผม จนผมลืมว่าผมดันเกิดสงสัยคุณขึ้นมา เนื่องจากผมไม่สามารถเชื่อได้ว่าท่าทีหลงใหลที่คุณมีต่อผมไม่มีอะไรแอบแฝง ผมเป็นนักเขียนและคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่ก็มั่นใจเกินจะยอมเสียหน้า การถ่อมตัวถึงขั้นว่าคุณอาจจะอยากฆ่าผมยังไม่ถือว่าน้อยเกินไปถ้าจะแลกกลับได้พูดว่าคุณเอาใจใส่ผมเป็นพิเศษ --
“พ่อของผมเคยส่งจดหมายขู่ฆ่าครับ”
ความคิดของหมดหยุดชั่วครู่หนึ่งเพื่อสดับฟังคุณให้ชัดเจนที่สุด
“เขาเคยทำแบบนั้นกับผู้หญิงที่ชอบ แม่ผมมารู้เข้าตอนผมอายุได้สักหกขวบ ตอนนั้นพ่อผมเลิกรังควานแฟนเก่าไปนานแล้ว พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อทำอยู่นานเท่าไร ผมไม่รู้ชัดว่าแม่รู้ได้ยังไง เท่าที่ฟัง เหมือนพ่อจะหลุดปากตอนคุยเรื่องอื่น” คุณหลุบตาลงมองมือตัวเองแทนที่จะมองผม คงเพราะผมไม่ได้อยู่ในเรื่องส่วนนี้ของคุณ มีแค่คุณกับครอบครัว และมือที่ตอนนั้นคงเล็กน่าดูของคุณเอง “ผมไปได้ยินพวกเขาคุยกัน พ่อกับแม่เลยเล่าให้ผมฟังคร่าว ๆ แล้วบอกว่ามันเป็นเรื่องไม่ดียังไง แม่บอกว่าตอนนั้นพ่อทำอะไรไม่คิด และมันจะเป็นน้ำหนักติดตัวพ่อไปตลอด แต่…ผมคิดว่าน้ำหนักมันเพิ่งมา ตอนที่แม่กับผมรู้ เพราะว่าหลังจากนั้นพ่อก็เปลี่ยนไป
“แปลกใช่ไหมครับ ผมคิดว่าน่าจะเป็นผมหรือแม่ที่เปลี่ยนไปมากกว่า แต่ท่าทางของพ่อมันต่างจากคนที่เราคิดว่าเขาจะส่งจดหมายขู่ฆ่า คอยราวีใครแบบนั้นมากเกิน แต่กลายเป็นพ่อเพิ่งมามองตัวเองต่างไปจากเดิมเพราะความแตก หลังจากนั้นพ่อก็ทำตัวหวาดระแวง กลัวว่าแม่จะหมดรัก เอะอะก็หาว่าผมไม่เคารพเขาแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็รู้มาตลอดว่าเขาทำอะไรลงไป ตอนผมอายุสิบขวบ ตอนนั้นผมคิดว่าเรามองพ่อต่างไปจากเดิมได้แล้วจริง ๆ เพราะเขาเริ่มมีเค้าของคนที่จะทำเรื่องแบบนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แม่ก็เลยขอหย่า พวกเขาฟ้องหย่ากันอยู่สองปี”
“พวกคุณคงเหนื่อยแย่เลยสินะ” ผมได้แต่พูดจาซ้ำซากกับพนักงานบริษัทในบทเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น นี่น่ะหรือ นักเขียน
“พอตัวครับ โดยเฉพาะแม่” คุณถอนหายใจยาว เงยหน้ามองผมด้วยสีหน้าเอาการเอางาน “ผมน่ะ อยากถามพ่อมาตลอดเลยว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้นกับแฟนเก่าของเขา ที่อยู่ของพ่อ รวมถึงเบอร์โทร ผมก็รู้ แต่ไม่เคยพยายามติดต่อเขาเลย เพราะแค่นึกถึงขึ้นมาก็ผิดหวังเสียจนไม่อยากเข้าใจแล้วครับ ผมไม่คิดว่าผมจะเรียนรู้อะไรจากการไปทำความเข้าใจพฤติกรรมพรรค์นั้น อาจารย์เอง ต่อให้อาจารย์ฉลาดกว่าผมสักขนาดไหน อาจารย์ก็ไม่มีทางสกัดประโยชน์อะไรออกมาจากคนพรรค์นี้หรอกครับ”
คุณกำขากางเกงผมแน่น ผมอดคิดไม่ได้ว่าคุณจับมันไว้แทนคอเสื้อที่คุณอยากเขย่าเรียกสติผมหรือเปล่า ผมได้แต่อึ้ง คุณเป็นบรรณาธิการช่างเอาอกเอาใจทำผมเสียคน หลงลืมว่าเมื่อก่อนผมโดนบรรณาธิการเอ็ดไว้หนักหนาขนาดไหน เพราะถ้าจำได้ผมคงไม่ตะลึงกับน้ำเสียงดุหนักแน่นของคุณตอนนี้หรอก กระทั่งตอนให้ผมแก้งาน คุณยังพูดเสียงอ่อนน้อมยิ่งกว่าช่างรับเหมามาบอกผมว่า สีที่ป้าอยากให้ใช้ทาผนังในรูปเป็นคนละเฉดกับตอนถ่ายเอกสารไปสั่งร้าน ดังนั้นพวกเขาต้องการให้ผมเป็นคนส่งสารไปรับความพิโรธจากป้าแทน เผื่อมีเหตุยิงคนส่งสาร ธนูจะได้เสียบผมแทน
“…จะพยายามครับ” หนนี้ผมพลอยตอบคุณประหนึ่งเรากำลังคุยเรื่องแก้ต้นฉบับ
ดวงตาของคุณวาวโชติ แทบจะเรียกได้ว่าโกรธ “ต้องทำให้ได้นะครับ! อย่าไปสนใจเด็ดขาดเลย!”
ดีแล้วที่ผมไม่บอกคุณว่าสงสัยใครไว้บ้าง คุณอาจโกรธยิ่งกว่านี้
“ผมชงโกโก้ให้เราสองคนไหม”
คุณคอตก ไม่ทราบว่าเข้าใจไหมว่านี่คือหนทางขอสันติสุขของผม ว่าพักยก ว่าสงบศึกชั่วคราวต่อให้ยังบอกไม่ได้ว่าคุณกำลังโมโหโทโส โกรธกรุ่นส่วนไหนของผมกันแน่ ผมพูดเก่งมากถ้าไม่ต้องสื่อสารหรือคำนึงถึงผู้รับสาร เพราะถ้าเก่งฉกาจในเงื่อนไขนั้นด้วย งานเขียนของผมคงไม่วินาศสันตะโรดังที่เป็น
“…ขอบคุณครับ อาจารย์”
ขอบตาคุณขึ้นสีเรื่อเช่นเดียวกัน บางทีไอร้อนจากปากแก้วคงช่วยเราสองคนได้

Comments (0)
See all